เงาะ (อังกฤษ:Rambutan; เป็นไม้ผลเมืองร้อน มีถิ่น กำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยทั่วไปเงาะ เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เงาะในประเทศไทย จึงนิยมปลูกในบริเวณภาค ตะวันออกและภาคใต้ อาทิ พันธุ์สีทอง พันธุ์น้ำตาลกรวด พันธุ์สีชมพู พันธุ์โรงเรียน และพันธุ์เจ๊ะมง เป็นต้น แต่ พันธุ์เงาะที่นิยมปลูกเป็นการค้า มีแค่ 3 พันธุ์ คือ พันธุ์โรงเรียน พันธุ์สีทอง และพันธุ์สีชมพู ส่วนพันธุ์อื่นๆ จะมีปลูก กันบ้างประปรายและโดยมากมักใช้เพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือใช้ประโยชน์ เพื่อการศึกษาทางวิชาการ ในอดีตประ เทศที่ผลิตและส่งออกรายใหญ่ได้แก่ ไทย มาเลเซียและ อินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันพบว่าประเทศผู้ผลิตใหม่ เช่น ออสเตรเลีย และฮอนดูรัส ได้เข้ามามีส่วนแบ่งในตลาด]เพิ่มมากขึ้น
ลักษณะทั่วไป
เงาะเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสม อยู่ในช่วง 25 – 30° C ความชื้นสัมพัทธ์สูงประมาณ 75 – 85 % ดินปลูกที่เหมาะสมควรมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (ค่า pH) ของดินประมาณ 5.5 – 6.5 และที่สำคัญควรเลือกแหล่งปลูกที่มีน้ำเพียงพอตลอดปี เงาะเป็นไม้ผลที่มีระบบรากหาอาหารลึกประมาณ 60 – 90 เซนติเมตรจากผิวดินจึงต้องการสภาพแล้งก่อนออกดอกติดต่อกัน ประมาณ 21 – 30 วัน เมื่อต้นเงาะผ่านสภาพแล้งและมีการจัดการน้ำอย่างเหมาะสมเงาะจะออกดอก ช่วงพัฒนาการของดอก (ผลิตดอก – ดอกแรกเริ่มบาน) ประมาณ 10 – 12 วัน ดอกเงาะจะทยอยบานจากโคนช่อไปหาปลายช่อ ใช้เวลาประมาณ 25 – 30 วัน จึงจะบานหมดช่อ อกเงาะมี 2 ชนิด คือ ดอกตัวผู้และดอกสมบูรณ์เพศ ต้นที่มีดอกตัวผู้จะไม่ติดผล ส่วนต้นที่มีดอกสมบูรณ์เพศนั้นเกสรตัวผู้ไม่ค่อยแข็งแรง ต้องปลูกต้นตัวผู้แซมในสวนเพื่อเพิ่มละอองเกสรหรือฉีดพ่นฮอร์โมนพืชเพื่อช่วยให้เกสรตัวผู้แข็งแรงขึ้น
วิธีการปลูกทำได้ทั้งการขุดหลุมปลูกซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่ยังไม่มีการวางระบบน้ำไว้ก่อนปลูก วิธีนี้ดินในหลุมจะช่วยเก็บความชื้นได้ดีขึ้น และสามารถปลูกโดยวิธีไม่ต้องขุดหลุม(ปลูกแบบนั่งแท่นหรือยกโคก) เหมาะกับพื้นที่ฝนตกชุก วิธีการนี้ระบายน้ำดีน้ำไม่ขังโคนต้น แต่ต้องมีการวางระบบน้ำไว้ก่อนปลูก ซึ่งต้นเงาะจะเจริญเติบโตเร็วกว่าการขุดหลุม ทั้งนี้จุดเน้นที่สำคัญในการปลูก
วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

DVD มาจากคำว่า Digital Vidio Dise บริษัท Toshiba เสนอชื่อเต็มของดีวีดีใหม่นี้ว่า “Digital Versatile Dise” ต่อมาได้รับการบัญญัติศัพท์จากราชบัณฑิตยสถาน ให้ใช้ว่าแผ่นดิจิทัลเอนกประสงค์ หรือ Digital Versatile Dise เป็นเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล ภาพและเสียง (วีดิทัศน์) ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีความจุสูงกว่าซีดีธรรมดา การใช้ดีวีดีจะใช้ในงานเกี่ยวกับด้านบันเทิง ใช้เก็บข้อมูลในรูปดิจิทัล (ข่าวสารสำนักหอสมุดกลาง 2546 : 28)

ความเป็นมาของดีวีดี ปี 1993 สิบปีหลังจากมีการนำแผ่นซีดีมาสู่ตลาด บริษัท Nimbus ได้สาธิตแผ่นซีดีความหนาสองเท่า (double-density CD) ในปี 1993 ทำให้บริษัท Philips, Sony, และ Toshiba ใช้เทคโนโลยีซีดีกับขนาดของหลุมบนแผ่นในขนาดเล็กลงกว่าเดิม เพื่อทำให้แผ่นซีดีสามารถบรรจุข้อมูลได้มากขึ้นเป็นสองเท่า แต่ไม่บรรลุผลเท่าที่ควรทำให้บริษัท Philipe ผู้ถือสิทธิบัตรไม่รับประกันถึงความใช้แทนกันได้ตามมาตรฐาน ทำให้มีความคิดที่จะพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาใช้แทนในปี 1994 บริษัทด้านบันเทิงของฮอลิวูด 7 บริษัท ได้แก่ Colubia Picture (Sony), Disney, MCA/Universal (Matsushita), MGM/UA, Paramount, Viacom และ Warner Brothers (Time Warner) ได้เรียกร้องให้มีมาตรฐานเดียวกันของแผ่นบันทึกที่สามารถใช้ร่วมกันได้ทั่วโลก สำหรับการบันทึกภาพยนตร์ระบบดิจิตอล 16 ธันวาคม 1994 บริษัท Philipe และ Sony ได้แยกตัวเป็นอิสระประกาศมาตรฐานของตนออกมาในรูปแบบของแผ่นซีดีมัลติมีเดีย MMCD : MultiMedia CD) ความจุ 3.7 พันล้านไบต์ ทำให้อีกหนึ่งเดือนต่อมาในวันที่ 24 มกราคม 1995 บริษัทต่างๆ ที่เหลือได้ร่วมกันเสนอถึงมาตรฐานที่แตกต่างออกไป คือ มาตรฐานความหนาแน่นสูง (SD : superdensity) โดยแผ่นหนึ่งจะใช้ได้ 2 ด้านและมีความจุ 5 พันล้านไบต์ในแต่ละด้านค่ายของแผ่น SD นำโดย 7 บริษัท ได้แก่ Hitachi, Matsushita (Panasonic), Pioneer, Mitsubishi, Victor (JVC), Thomson (RAC/GE), และ Toshiba แผ่น SD นี้ได้รับความสนใจจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องไฟฟ้าในบ้านและบริษัทภาพยนตร์ต่างๆ ประมาณ 10 บริษัท ทำให้บริษัท Philipe และ Sony ต้องหาพันธมิตรรวบรวมได้ 14 บริษัท ซึ่งส่วนมากจะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ไม่มีกลุ่มใดได้รับความสนใจจากบริษัทคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆ ความสนใจระยะนี้มุ่งเน้นไปยังความบันเทิงSony ได้ยอมรับมาตรฐานนี้แต่ไม่ยอมเข้าร่วมในการผลิต และประกาศจะออกมาตรฐานที่สามต่อไปอีก บริษัท Philipe และ Sony ได้เปรียบบริษัทอื่นๆ ในการที่ได้ถือครองลิขสิทธิ์ เทคโนโลยีซีดี และหวังจะรวมเทคโนโลยีนี้เข้ากับมาตรฐานใหม่ที่จะออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ในขณะที่บริษัทต่างๆ ในค่ายของแผ่น SD วางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตรไว้แล้ว

ลักษณะของแผ่น DVD
DVD เป็นพลาสติกซึ่งมีขนาดเท่ากับแผ่นซีดีทั่วไป แต่มากด้วยความจุจำนวนชั้นข้อมูลก็มากกว่า มี 2 ขนาด คือ ขนาด 12 เซนติเมตร และ 8 เซนติเมตร บันทึกข้อมูลได้ 2 ด้าน มีความหนา 1.2 มิลลิเมตร มีขนาดความจุตั้งแต่ 4.7 – 17 GB ซึ่งมากกว่าแผ่นซีดีธรรมดาถึง 25 เท่า น้ำหนักของแผ่นเพียง 13-20 กรัม ความยาวของหลุมเล็กและระยะระหว่างร่องในการบันทึกน้อยกว่าแผ่นซีดี คือ 0.74 ไมโครคอมพิวเตอร์ และขนาดหลุมที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีขนาดเล็กกว่า และลักษณะของหลุมที่แคบกว่า รวมถึงจำนวนชั้นของการเก็บข้อมูลที่มีมากกว่าด้วย คือมีความยาวของหลุม 0.40 ไมครอน ระยะห่างระหว่างหลุม 0.74 และใช้ความยาวของคลื่นแสงที่ใช้อ่าน635-650 นาโนมิเตอร์ส่วนชั้นของข้อมูลของแผ่นดีวีดี จะมีชั้นฐานที่ทำด้วยพลาสติกคาร์บอเนตหนา 0.6 มิลลิเมตร 2 ชั้น ติดผนึกกันจนมีความแข็งแรง และไม่สั่นคลอน เมื่อเกิดการอ่านข้อมูลแต่ละชั้นข้อมูลบรรจุได้ 1 หรือ 2 ชั้น ข้อมูลชั้นแรกเรียกว่าชั้น 0 (Layer 0) จะอยู่ใกล้ที่สุดจากด้านหน้า ของแผ่นข้อมูล ชั้นที่ 2 เรียกว่า ชั้น 1 (Layer 1) จะอยู่ไกลออกไป ถ้าแผ่นข้อมูลชั้นเดียวจะเคลือบด้วยอลูมินัม เพื่อให้สามารถสะท้อนแสงเลเซอร์ออกมา และส่งกลับไปยังเครื่องเพื่อการอ่านข้อมูล ส่วนแผ่นข้อมูล 2 ชั้น จะเคลือบด้วยอลูมินัมที่สามารถสะท้อนแสงได้ครึ่งเดียว เพื่อให้เลเซอร์และผ่านไปอ่านชั้นที่ 2 ได้ ส่วนความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลเฉลี่ย 4.69 เมกะบิตต่อวินาที หรือสูงสุด 100 เมกะบิตต่อวินาที (ข่าวสารสำนักหอสมุดกลาง 2546 : 29)


ลักษณะของแผ่น DVD
DVD เป็นพลาสติกซึ่งมีขนาดเท่ากับแผ่นซีดีทั่วไป แต่มากด้วยความจุจำนวนชั้นข้อมูลก็มากกว่า มี 2 ขนาด คือ ขนาด 12 เซนติเมตร และ 8 เซนติเมตร บันทึกข้อมูลได้ 2 ด้าน มีความหนา 1.2 มิลลิเมตร มีขนาดความจุตั้งแต่ 4.7 – 17 GB ซึ่งมากกว่าแผ่นซีดีธรรมดาถึง 25 เท่า น้ำหนักของแผ่นเพียง 13-20 กรัม ความยาวของหลุมเล็กและระยะระหว่างร่องในการบันทึกน้อยกว่าแผ่นซีดี คือ 0.74 ไมโครคอมพิวเตอร์ และขนาดหลุมที่ใช้เก็บข้อมูลที่มีขนาดเล็กกว่า และลักษณะของหลุมที่แคบกว่า รวมถึงจำนวนชั้นของการเก็บข้อมูลที่มีมากกว่าด้วย คือมีความยาวของหลุม 0.40 ไมครอน ระยะห่างระหว่างหลุม 0.74 และใช้ความยาวของคลื่นแสงที่ใช้อ่าน635-650 นาโนมิเตอร์ส่วนชั้นของข้อมูลของแผ่นดีวีดี จะมีชั้นฐานที่ทำด้วยพลาสติกคาร์บอเนตหนา 0.6 มิลลิเมตร 2 ชั้น ติดผนึกกันจนมีความแข็งแรง และไม่สั่นคลอน เมื่อเกิดการอ่านข้อมูลแต่ละชั้นข้อมูลบรรจุได้ 1 หรือ 2 ชั้น ข้อมูลชั้นแรกเรียกว่าชั้น 0 (Layer 0) จะอยู่ใกล้ที่สุดจากด้านหน้า ของแผ่นข้อมูล ชั้นที่ 2 เรียกว่า ชั้น 1 (Layer 1) จะอยู่ไกลออกไป ถ้าแผ่นข้อมูลชั้นเดียวจะเคลือบด้วยอลูมินัม เพื่อให้สามารถสะท้อนแสงเลเซอร์ออกมา และส่งกลับไปยังเครื่องเพื่อการอ่านข้อมูล ส่วนแผ่นข้อมูล 2 ชั้น จะเคลือบด้วยอลูมินัมที่สามารถสะท้อนแสงได้ครึ่งเดียว เพื่อให้เลเซอร์และผ่านไปอ่านชั้นที่ 2 ได้ ส่วนความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลเฉลี่ย 4.69 เมกะบิตต่อวินาที หรือสูงสุด 100 เมกะบิตต่อวินาที (ข่าวสารสำนักหอสมุดกลาง 2546 : 29)

ประเภทของ DVD
แผ่นดีวีดีจะมีทั้งแผ่นที่บันทึกข้อมูลด้านเดียว/ชั้นเดียว และแผ่นที่บันทึกข้อมูลสองด้าน/สองชั้น โดยสามารถแบ่งประเภทออกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้1. แผ่นด้านเดียว/ชั้นเดียว หรือ dvd-5 (Single Sided/Single Layer) บรรจุข้อมูลได้ 4.7 GB เหมาะสำหรับที่จะบรรจุข้อมูลที่ไม่มาก สามารถที่จะบรรจุลงแผ่นขนาดนี้ได้2. แผ่นด้านเดียว/สองชั้น หรือ dvd-9 (Single Sided/Dual Layer) บรรจุข้อมุลได้ 8.5 GB ส่วนมากจะพบในแผ่นที่มีความจุมากๆ มีความยาวเกิน 2 ชั่วโมง หรือมีข้อมูลเสียงซับซ้อน หลายระบบ ไม่สามารถเก็บข้อมูลชั้นเดียวได้3. แผ่นด้านเดียว/ชั้นเดียว หรือ dvd-10 (Double Sided/Single Layer) บรรจุข้อมูลได้ 9.4 GB เป็นแผ่นที่พบในยุคแรกๆ ปัจจุบันไม่ค่อยผลิตแล้ว4. แผ่นด้านเดียว/สองชั้น หรือ dvd-18 (Double Sides/Dual) บรรจุข้อมูลได้ประมาณ17-18 GB เป็นแผ่นที่มีความจุสูงสุด ในปัจจุบันใช้สำหรับข้อมูลที่มีความยาวมากๆ

แผ่นดีวีดีจะมีทั้งแผ่นที่บันทึกข้อมูลด้านเดียว/ชั้นเดียว และแผ่นที่บันทึกข้อมูลสองด้าน/สองชั้น โดยสามารถแบ่งประเภทออกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้1. แผ่นด้านเดียว/ชั้นเดียว หรือ dvd-5 (Single Sided/Single Layer) บรรจุข้อมูลได้ 4.7 GB เหมาะสำหรับที่จะบรรจุข้อมูลที่ไม่มาก สามารถที่จะบรรจุลงแผ่นขนาดนี้ได้2. แผ่นด้านเดียว/สองชั้น หรือ dvd-9 (Single Sided/Dual Layer) บรรจุข้อมุลได้ 8.5 GB ส่วนมากจะพบในแผ่นที่มีความจุมากๆ มีความยาวเกิน 2 ชั่วโมง หรือมีข้อมูลเสียงซับซ้อน หลายระบบ ไม่สามารถเก็บข้อมูลชั้นเดียวได้3. แผ่นด้านเดียว/ชั้นเดียว หรือ dvd-10 (Double Sided/Single Layer) บรรจุข้อมูลได้ 9.4 GB เป็นแผ่นที่พบในยุคแรกๆ ปัจจุบันไม่ค่อยผลิตแล้ว4. แผ่นด้านเดียว/สองชั้น หรือ dvd-18 (Double Sides/Dual) บรรจุข้อมูลได้ประมาณ17-18 GB เป็นแผ่นที่มีความจุสูงสุด ในปัจจุบันใช้สำหรับข้อมูลที่มีความยาวมากๆ

ปัจจุบันรูปแบบลักษณะเฉพาะของ DVD แบ่งเป็นชุด 6 แบบ (Books) ได้แก่Book A : DVD-ROM : ระบุคุณลักษณะเฉพาะทางกายภาพของดีวีดี โดยรวมถึงรายละเอียดและรูปแบบของกายภาพของแผ่นระบบแฟ้ม (UDF&ของดีวีดี ได้มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่า UBF Bridge) ซึ่งใช้กับคอมพิวเตอร์ กิจการสร้างความบันเทิง เช่น วีดิโอเกมส์ ซึ่งต้องการความจุสูง และใช้ได้ดีกว่าการใส่ลงในแผ่น Realistic video contentBook B : DVD-Video : ระบุถึงการประยุกต์ด้านภาพ ใช้เก็บภาพอย่างเดียว ไม่ได้บรรจุเสียงลงไป และใช้กับเครื่องเล่นสำหรับดีวีดี-วีดิโอทั่วไปBook C : DVD-Audio : ระบุถึงการประยุกต์ด้านเสียง เข้ามาเมื่อเดือนเมษายน 2542 ใช้สำหรับบันทึกเพลง มีคุณภาพสูงกว่าซีดี มีความยากของแผ่นฟังได้นาน 2 ชั่วโมง ในระบบเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง และ 4 ซม. ในระดับเสียงสเตอร์ริโอBook D : DVD-R : (write - one) : ระบุถึงส่วนขยายของรายละเอียดทางกายภาพและระบบแฟ้ม ซึ่งสามารถบันทึกได้แต่ไม่สามารถลบข้อมูลทับข้อมูลนั้นได้Book E : DVD –RAM (rewritable) : ระบุถึงส่วนขยายของรายละเอียดทางกายภาพและระบบแฟ้มโดยสามารถบันทึกทับข้อมูลได้หลายครั้งBook F: DVD-RW (rewritable) : ดีวีดีบันทึกทับได้
แหล่งที่มา www.student jura.com
แหล่งที่มา www.student jura.comวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คอมพิวเตอร์
เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่งซึ่งคอมพิวเตอร์นี้ จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งานด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆ ผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอย่างการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันตัวอย่างการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบสำนักงานอัตโนมัติสามารถทำได้โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละเครื่อง ที่ติดต่อกันผ่านระบบ Lan สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ ดังตัวอย่างการไหลเวียนของเส้นสีน้ำเงินเป็น การส่งสัญญานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านบนผ่าน LanCard Switching เข้าไปสั่งให้อุปกรณ์สำนักงาน คือ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ทำงานโดยผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวไว้แล้ว
เป็นอุปกรณ์สำคัญของการทำงานในสำนักงานอัตโนมัติอย่างหนึ่งซึ่งคอมพิวเตอร์นี้ จะอำนวยความสะดวกในการทำงานในสำนักงานต่าง ๆ เช่น งานด้านเอกสาร การเก็บรวบรวมข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ การติดต่อสื่อสาร และอื่น ๆ ผ่าน Software ที่ใช้งานร่วมกันกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอย่างการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันตัวอย่างการใช้อุปกรณ์สำนักงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบสำนักงานอัตโนมัติสามารถทำได้โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ในแต่ละเครื่อง ที่ติดต่อกันผ่านระบบ Lan สามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ ดังตัวอย่างการไหลเวียนของเส้นสีน้ำเงินเป็น การส่งสัญญานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านบนผ่าน LanCard Switching เข้าไปสั่งให้อุปกรณ์สำนักงาน คือ เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ ทำงานโดยผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์สำนักงานดังกล่าวไว้แล้ว

LanCard เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมี LanCard เพื่อให้สามารถติดต่อกันได้โดยจะใช้ร่วมกันกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น สายเคเบิล Hub/Switching เป็นต้น
สวิทย์ซิ่ง
Switching/Hub เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อต่อกันระหว่าง สายเคเบิลที่พ่วงต่อกับ LanCard ของเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อรวมกันเป็นชุดเพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ขนาดของ Switching/Hub มีหลากหลายขนาดด้วยกันแล้วแต่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานในระบบมากน้อยเพียงได และต้องการใช้ความเร็วในการประมวลผลของระบบเท่าไร ก็สามารถกำหนดตามความต้องการได้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
